ุุCigarette

หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ศึกษาฟอนต์ลงพื้นที่จังหวัดอ่าง

ศึกษาฟอนต์ลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง
(วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560)

ลงพื้นที่ศึกษาดูฟอนต์ ณ ตลาดศาลเจ้าโรงทอง จังหวัด อ่างทอง (เน้นป้ายที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี)*

จังหวัดอ่างทอง 
พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง
โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน

ประวัติความเป็นมา
        จังหวัดอ่างทองอุดมไปด้วยงานหัตถกรรมพื้นถิ่นไม่ว่าจะเป็นงานปั้นตุ๊กตาชาววัง การทำกลอง การทำอิฐดินเผา หรือการผลิต เครื่องจักสาน ทั้งยังเป็นแหล่งกำเนิดเพลงพื้นบ้านลิเก เป็นจังหวัดบ้านเกิดของ นายดอก นายทองแก้ว เมืองวิเศษชัยชาญ และนายแท่น นายอิน นายเมือง ชาวบ้านสีบัวทอง วีรชนคนกล้าในศึกบางระจัน และขุนรองปลัดชู ผู้นำกองอาทมาตอาสาสู้รบจนสิ้นชีพ ๔๐๐ คน ที่เมืองกุยบุรี นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยวัดวาอารามที่มีความเก่าแก่โบราณสวยงามและมีจุดเด่นที่น่าสนใจมาก มายกว่า ๒๐๐ วัด อันเป็นสถานที่ที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์และเรื่องราวความเป็นมาในอดีตของชาติไทย     
      อ่างทองเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ซึ่งนักโบราณคดีชาวฝรั่งเศส ชื่อนายชอง บวสเซอลิเย่ (Dr.Jean Boisselier) พร้อมนักโบราณคดีจากกรมศิลปากรมาสำรวจพื้นที่จังหวัดอ่างทอง พบร่องรอยคูเมืองที่มีร่องน้ำโอบล้อมรอบเมืองตามรูปแบบคูน้ำคันดินชวากทะเล คูเมืองที่สำรวจพบ คือ บ้านคูเมือง ตำบลหัวไผ่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง 
    ในปัจจุบันอ่างทองเดิมชื่อ เมืองวิเศษชัยชาญ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน้อยบนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญของกรุงศรีอยุธยาในการสู้รบกับกองทัพพม่า ดังปรากฏในพงศาว ดารกรุงศรี อยุธยาหลายตอนโดยเฉพาะในช่วงก่อนกรุงศรีอยุธยาแตกในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้ใช้แขวงเมืองวิเศษ ชัยชาญเป็นที่ตั้งค่ายเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาและทำให้เกิดการสู้รบครั้งสำคัญที่จารึกไว้ในประวัติ ศาสตร์ไทยนั่นคือ ศึกบางระจัน ปลายสมัยกรุงธนบุรีได้ย้ายที่ตั้งเมืองมาอยู่บริเวณฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ บ้านบางแก้ว เรียกชื่อใหม่ว่า “อ่างทอง” เนื่องจากเป็นที่ลุ่มและอู่ข้าวอู่น้ำอันเป็นเสมือนขุม ทรัพย์ที่มีค่า
     จังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่บริเวณภาคกลางตอนล่าง มีเนื้อที่ ๙๖๘ ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านสองสาย คือ แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระ ยา จังหวัดอ่างทองแบ่งการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ คือ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอแสวงหา อำเภอป่าโมก อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอไชโย และอำเภอสามโก้ 

มีอาณาเขตติดต่อคือ

   ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดสิงห์บุรี
   ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยา
   ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดสุพรรณบุรี
   ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประวัติความเป็นมาของตลาดศาลเจ้าโรงทอง

         ตลาดศาลเจ้าโรงทองมี ประวัติความเป็นมาที่ยาวนานนับร้อยปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีครั้งที่จังหวัดอ่างทองถูกเรียกขานว่าเป็นแขวงเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองที่เป็นทั้งสนามรบ ทางเดินทัพและแหล่งเสบียงอาหาร ทำให้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่แขวง กระทั่งก่อเกิดชุมชนและย่านการค้า หรือตลาดขึ้นในบริเวณดังกล่าวตามคำบอกเล่าและอ้างอิงประวัติศาสตร์กล่าวว่า เดิมตลาดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า บ้านไผ่จำศีล แขวงเมืองวิเศษชัยชาญมาก่อน ภายหลังจึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น ตลาดศาลเจ้าโรงทองช่วงปี 2420 ตรงกับปีฉลู คณะอั้งยี่โดยนายสิ่งอะ แซ่ฉั่ว หัวหน้าคณะและชาวจีนอพยพที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ก่อสร้างศาลเจ้าไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นสถานที่สักการะภายในชุมชน โดยนำต้นรงค์ทองล่องชาดมาสร้างด้วยศิลปะสวยงามต่อมากรมการเมืองได้มาตรวจ เยี่ยมและพบเห็นผู้คนจำนวนมากสักการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลเจ้า จึงเรียกขานชุมชนแห่งนี้ใหม่ว่า ศาลเจ้าโรงทอง ภายหลังสิ้นสุดการสู้รบ ชาวบ้านเห็นว่าทำเลที่ตั้งชุมชนไม่เหมาะสมจึงมีการย้ายที่ตั้งเมืองใหม่ จากริมแม่น้ำน้อยมาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กระทั่ง รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาเป็นจังหวัดอ่างทองในปัจจุบันส่วนตลาดศาลเจ้าโรงทอง ริมฝั่งแม่น้ำน้อย ก็คงสภาพเดิมไม่เปลี่ยน    แปลง ทั้งตัวอาคารบ้านเรือนทรงเก่า โบราณสถานและโบราณวัตถุ ตลอดจนวิถีที่สืบต่อกันมาของชุมชนดั้งเดิมแห่งนี้ คือเสน่ห์ที่ยังคงเหลือของวันวาน โดยเฉพาะตลาดเก่า ศูนย์กลางธุรกิจการค้าแต่เก่าก่อน ภายในแบ่งเป็นตลาดเหนือ ตลาดกลาง และตลาดใต้ ยังคงมีร้านค้าบางแห่งซึ่งตั้งอยู่ภายใน เปิดดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา เครื่องจักสาน ร้านขนมไทยโบราณ ฯลฯ

  • ร้านค้าที่ทำการศึกษาและสำรวจ
    ชื่อร้าน : เตียงเฮงหลี
    อายุของป้ายร้านค้า : ประมาณ​ 74  ปี
    ลักษณะของร้านค้า : เป็นร้านที่ขายเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เป็นเครื่องใช้ในบ้าน ในครัวเรือน อาทิ เช่น. พัดลม หม้อหุงข้าว กาน้ำร้อน เป็นต้น และมีของใช้ เครื่องประดับนิดหน่อย ขายมาแต่เดิม ตั้งแต่แรกๆ 


















    ขอบคุณค่ะ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น